รายงานใหม่จากบริษัทการลงทุน Apollo โดยหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ Torsten Slok ชี้ว่า ผลกระทบเฉพาะหน้าที่ชัดที่สุดของ AI ต่อแรงงานสหรัฐฯ ไม่ใช่การตกงานเป็นวงกว้าง แต่คือค่าจ้างที่โตช้าลง โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพรายได้น้อย
เกิดอะไรขึ้น
ทีมวิจัยเทียบข้อมูลค่าจ้างจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระหว่างอาชีพที่ "สัมผัส AI สูง" 11 อาชีพ (เช่น โปรแกรมเมอร์ พนักงานบริการลูกค้า นักวิเคราะห์การเงิน) กับอาชีพที่สัมผัส AI ต่ำ พบว่า:
- อาชีพสัมผัส AI สูงมีค่าจ้างจริงโตช้ากว่าอีกกลุ่มถึง 6.7 จุดเปอร์เซ็นต์ หลังปี 2023 (ปีแรกเต็ม ๆ หลัง ChatGPT เปิดตัว)
- กลุ่ม รายได้ต่ำสุด โดนหนักสุด ค่าจ้างจริงโตช้าลงถึง 10.7% เทียบกลุ่มสัมผัส AI ต่ำ ขณะที่กลุ่มรายได้สูงสุด แทบไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
- ประเมินว่ามีแรงงานราว 5.8 ล้านคน (ราว 3.7% ของกำลังแรงงาน) ได้รับผลแล้ว คิดเป็นรายได้ที่หายไปราว 28,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ที่สำคัญคือ ระดับ "การจ้างงาน" ในอาชีพเหล่านี้ยังไม่ลด — ชี้ว่าบริษัทกำลังเก็บกำไรจากผลิตภาพที่ AI ช่วย ผ่านการกดค่าจ้างให้โตช้า มากกว่าการปลดคนออก
แปลว่าอะไร
งานวิจัยนี้วัด "การสัมผัส AI" ของแต่ละอาชีพโดยอ้างอิงดัชนีเศรษฐกิจของ Anthropic และสะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ — ไทยอาจต่างออกไป แต่แนวโน้มน่าจับตา
ภาพนี้ต่างจากคำทำนาย "AI ทำคนตกงานมหาศาล" ที่ได้ยินกันบ่อย ผลกระทบอาจมาในรูป การขึ้นเงินเดือนที่ช้าลงแบบเงียบ ๆ ซึ่งสังเกตได้ยากกว่าการเลย์ออฟที่เห็นชัด
สำหรับคนทำงาน การใช้ AI เพื่อ "เพิ่มมูลค่างาน" ของตัวเอง (ทำสิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้) มีแนวโน้มช่วยรักษาอำนาจต่อรองค่าจ้างได้ดีกว่าการไปแข่งทำงานซ้ำ ๆ ที่ AI ทำได้ถูกกว่า
