ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok กำลังพรีเทรน (pre-train) โมเดล AI ขนาดมหึมาที่สูงสุดถึง 10 ล้านล้านพารามิเตอร์ ตามรายงานของ Financial Times เมื่อ 7 ส.ค. 2026 ที่อ้างแหล่งข่าว 3 รายซึ่งใกล้ชิดโครงการ — หากทำสำเร็จ นี่จะเป็น โมเดลที่ใหญ่กว่าระบบ AI สัญชาติจีนทุกตัวที่เคยมีมา และดัน ByteDance ขึ้นไปแข่งกับแล็บชั้นนำของโลกโดยตรง
เกิดอะไรขึ้น
- โครงการนี้คาดว่าต้องใช้ GPU ราว 30,000 ตัว และใช้เวลาพรีเทรนต่อเนื่องราว 3–6 เดือน ซึ่งเป็นสเกลที่มีไม่กี่บริษัทในโลกทำได้
- ทีมที่ดูแลคือ Seed AI ของ ByteDance (ราว 2,000 คน) ซึ่งเคยเทรนโมเดลขนาดสูงสุดราว 175 พันล้านพารามิเตอร์ด้วย GPU ประมาณ 12,000 ตัวมาก่อน — ครั้งนี้จึงกระโดดขึ้นอีกหลายเท่าตัว
- โมเดลใช้สถาปัตยกรรม Mixture of Experts (MoE) ที่จะ "เรียกใช้" เฉพาะบางส่วนของโมเดลต่อการประมวลผลหนึ่งครั้ง ช่วยให้ขยายขนาดได้ใหญ่มากโดยต้นทุนคำนวณตอนใช้งานไม่พุ่งตามขนาดทั้งหมด
- ตัวเลข 10 ล้านล้านนี้ ใหญ่กว่า Kimi K3 ของ Moonshot AI (ราว 2.8 ล้านล้าน) กว่า 3 เท่า และยังแซงหน้าประมาณการของโมเดลฝั่งตะวันตกบางตัวด้วยซ้ำ
ทำไมถึงน่าสนใจ
พารามิเตอร์ที่มากขึ้น "ไม่ได้แปลว่าเก่งขึ้นเสมอไป" — คุณภาพข้อมูล วิธีเทรน และการปรับจูนหลังเทรนสำคัญไม่แพ้ขนาดตัวเลขดิบ ๆ แต่การที่บริษัทจีนกล้าทุ่มทรัพยากรระดับนี้สะท้อนภาพใหญ่ว่า การแข่งขัน AI ระดับ frontier ไม่ได้ถูกผูกขาดโดยบริษัทอเมริกันอีกต่อไป และแรงกดดันด้านต้นทุน–ความสามารถจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปลายทางมักหมายถึงเครื่องมือ AI ที่ถูกลงและเก่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ผู้ก่อตั้ง ByteDance จาง อีหมิง (Zhang Yiming) รายงานว่าสั่งให้ทีมเน้น "การค้นพบเชิงเทคนิคของจริง" แทนการกลั่นความรู้ (distillation) จากโมเดลตะวันตก — ซึ่งเป็นทางลัดที่หลายแล็บจีนมักถูกวิจารณ์
ตัวเลข 10 ล้านล้านยังไม่ฟิกซ์ โมเดลยังอยู่ในขั้นพรีเทรนที่กินเวลาหลายเดือน สเปกสุดท้ายเปลี่ยนได้ และ ByteDance ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ — ควรมองเป็น "สัญญาณทิศทาง" มากกว่าตัวเลขตายตัว
