DeepSeek สตาร์ทอัพ AI จากเมืองหางโจวที่เคยสั่นสะเทือนวงการด้วยโมเดลราคาถูก กำลังขยับอีกก้าว เมื่อมีรายงานว่าบริษัทเริ่มพัฒนา "ชิป AI" ของตัวเองอย่างเงียบ ๆ สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 โดยอ้างแหล่งข่าว 3 รายที่ใกล้ชิดโครงการ ระบุว่าชิปตัวนี้จะเป็นชิปสาย inference เป็นหลัก
ก่อนไปต่อ ขอปูพื้นสั้น ๆ งาน AI แบ่งเป็นสองช่วงใหญ่ คือช่วง training (เทรนโมเดลให้เก่ง ใช้พลังประมวลผลมหาศาลแบบครั้งเดียวจบ) กับช่วง inference (เอาโมเดลที่เทรนเสร็จแล้วมาตอบผู้ใช้จริง ๆ วันต่อวัน) ยิ่งมีผู้ใช้มากเท่าไร ต้นทุน inference ต่อครั้งยิ่งสำคัญ และนี่คือจุดที่ DeepSeek อยากดึงมาไว้ในมือ
เกิดอะไรขึ้น
ตามรายงาน โครงการนี้เริ่มมาราวหนึ่งปีแล้ว และยัง อยู่ในระยะเริ่มต้น บริษัทค่อย ๆ จ้างวิศวกรออกแบบชิปผ่านช่องทางส่วนตัว พร้อมพูดคุยกับผู้รับจ้างผลิต (foundry) และผู้ผลิตหน่วยความจำ โดยเป้าหมายหลักคือ กดต้นทุนการรันโมเดลให้ต่ำลง และ ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติ โดยเฉพาะ Nvidia
ที่ต้องดิ้นเช่นนี้ เพราะมาตรการคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ปิดทางไม่ให้ DeepSeek ซื้อชิป Nvidia รุ่นท็อปได้ ขณะที่ทางการจีนเองก็กดดันให้บริษัทในประเทศหันมาใช้ชิปที่ผลิตเองมากขึ้น การมีชิป inference ของตัวเองจึงเป็นทั้งเรื่องต้นทุนและเรื่องความมั่นคงของซัพพลายในคราวเดียว
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลำพัง แทบทุกบริษัท AI รายใหญ่กำลังไล่ทำชิปของตัวเอง ก่อนหน้านี้ OpenAI เพิ่งเปิดตัว Jalapeno ชิป inference ตัวแรกที่ทำร่วมกับ Broadcom ส่วน Anthropic ก็อยู่ระหว่างคุยกับ Samsung การที่ DeepSeek กระโดดลงสนามนี้ด้วย สะท้อนว่าใคร ๆ ก็ไม่อยากฝากชีวิตไว้กับ GPU เจ้าเดียวอีกต่อไป
ย้ำว่านี่ยังเป็นข่าวระดับ "แหล่งข่าวเผย" DeepSeek ยังไม่ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ และการออกแบบชิปให้ใช้งานได้จริงในระดับผลิตจำนวนมากเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้เวลาหลายปี โครงการอาจไปต่อหรือหยุดกลางทางก็ได้
แปลว่าอะไร
ตลาดตอบสนองทันที หุ้น Nvidia ขยับลงเล็กน้อยหลังข่าวออก แต่นักวิเคราะห์บางรายมองว่ายังไม่ใช่ภัยคุกคามจริง เพราะ DeepSeek น่าจะหาลูกค้าใช้ชิปนอกประเทศจีนได้ยาก อย่างน้อยก็ในช่วงแรก
มองภาพใหญ่ การที่ผู้เล่น AI พากันทำชิปเอง คือการแข่งกัน "กดต้นทุน inference" ซึ่งระยะยาวมีโอกาสทำให้ค่าบริการ AI ถูกลงเรื่อย ๆ สำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัลที่เริ่มเอา AI มาใช้ในงานประจำ ต้นทุนที่ถูกลงย่อมเป็นข่าวดี เพียงแต่ต้องเผื่อใจว่าเส้นทางจากชิปต้นแบบไปสู่ของใช้จริงยังอีกยาวไกล
