วงการ AI สัปดาห์นี้มีข่าวที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย — Google ตัดสินใจ เลื่อนการเปิดตัวโมเดลเรือธง Gemini 3.5 Pro ออกไปแบบไม่มีกำหนด สาเหตุหลักคือ ผลทดสอบด้านการเขียนโค้ด (coding) ยังไม่ถึงมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ ตามรายงานของ Bloomberg ที่หลายสำนักข่าวเทคโนโลยีนำไปขยายต่อ
เกิดอะไรขึ้น
Google เปิดตัว Gemini 3.5 Flash รุ่นเล็กในงาน I/O 2026 ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และบอกว่ารุ่นใหญ่ 3.5 Pro จะตามมาในเดือนมิถุนายน แต่กำหนดนั้นผ่านไปแล้วโดยไม่มีวันเปิดตัวใหม่
รายงานระบุว่าช่วงปลายเดือนมิถุนายน Google ถึงขั้น รีเซ็ตและอัปเดตชุดข้อมูลที่ใช้เทรน ใหม่ เพื่อดันความสามารถด้านโค้ดดิ้งให้ดีขึ้น แต่ ผลลัพธ์ภายในกลับ "น่าผิดหวัง" อีกครั้ง พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานราว 10 คน เล่าตรงกันถึงความอึดอัดในองค์กร และความกังวลว่า Google กำลังตามหลัง Anthropic และ OpenAI ที่ทยอยปล่อยโมเดลเก่งด้านโค้ดออกมาก่อน
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "เทคโนโลยีทำไม่ได้" อย่างเดียว แต่มีเรื่องโครงสร้างองค์กรด้วย — ทีม Google Cloud, DeepMind, Android และทีมผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค ต่างพัฒนาเครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ดของตัวเองแยกกัน ทำให้เกิดงานซ้ำซ้อนและแย่งทรัพยากรกันเอง
ทำไม "โค้ดดิ้ง" ถึงเป็นสมรภูมิสำคัญ
ปีนี้การแข่งขัน AI ขยับจาก "โมเดลไหนใหญ่กว่า" ไปเป็น "โมเดลไหนทำงานจริงได้ดีกว่าโดยไม่ต้องคนคุม" และงานเขียนโค้ดคือหนึ่งในโจทย์ที่วัดผลได้ชัดที่สุด ทั้งยังเป็นตลาดที่ทำเงินจริง เพราะนักพัฒนายอมจ่ายให้ผู้ช่วย AI ที่เขียนโค้ดแม่นและดีบั๊กเก่ง
การที่ Google ยอม "กั๊กของ" ไว้ก่อน แทนที่จะรีบปล่อยเพื่อรักษาหน้า จึงเป็นทั้งข่าวร้ายและข่าวดีในตัวเอง
แปลว่าอะไร
สำหรับคนทั่วไปและคนทำงานสาย tech ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความก้าวหน้าของ AI ไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป แม้แต่บริษัทที่มีทั้งเงิน ชิป และนักวิจัยระดับโลกก็ยังสะดุดได้ ใครที่พึ่งผู้ช่วยเขียนโค้ด AI อยู่ ก็ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนค่าย เพราะ "รุ่นใหม่" ที่โฆษณาไว้ อาจมาช้ากว่าที่คิด
Google เลื่อน Gemini 3.5 Pro เพราะโค้ดดิ้งยังไม่ถึงเป้า สะท้อนว่าการแข่ง AI วันนี้วัดกันที่ "ทำงานจริงได้ดีแค่ไหน" ไม่ใช่แค่ตัวเลขสเปก — และแม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็พลาดกำหนดได้
