Institute of Foundation Models (IFM) ภายใต้มหาวิทยาลัย MBZUAI เปิดตัวชุดโมเดล AI ชื่อ K2 Horizon เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 — เป็นชุดโมเดล 6 ตัว ตั้งแต่ 0.9 พันล้านพารามิเตอร์ ไปจนถึง 375 พันล้าน และถูกเรียกว่า ชุดโมเดล "เปิดเต็มร้อย" ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เกิดอะไรขึ้น
จุดที่ทำให้ K2 Horizon ต่างจากโมเดล "โอเพนซอร์ส" ทั่วไปคือคำว่า fully open — ไม่ได้แจกแค่ น้ำหนักโมเดล (weights) แต่แจกครบทั้ง โค้ด, ข้อมูลที่ใช้ฝึก (training data) และวิธีการฝึกทั้งหมด ภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0 ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ นักวิจัยและนักพัฒนาจึงตรวจสอบ ทำซ้ำ และดัดแปลงได้จริงตั้งแต่ต้นทาง
โมเดล AI ส่วนใหญ่ที่บอกว่า "เปิด" มักแจกแค่ไฟล์น้ำหนักให้เอาไปใช้ต่อ แต่ไม่บอกว่าฝึกด้วยข้อมูลอะไรและด้วยวิธีไหน การเปิดครบทั้งชุดแบบ K2 Horizon จึงหายากและมีค่ากับวงการวิจัยมาก
หน้าตาของชุดโมเดล
ชุดนี้มีทั้งโมเดลแบบ dense ขนาด 0.9B, 3.7B, 7B และ 32B และแบบ Mixture-of-Experts อีกสองตัวคือ 36B (active 4B) และ 375B (active 23B) จุดที่น่าสนใจสำหรับคนทั่วไปคือ ตัวเล็กสุด 0.9B ออกแบบมาให้รันบนอุปกรณ์ที่ทรัพยากรจำกัดมาก เช่น นาฬิกาอัจฉริยะและแว่นตา ส่วน 3.7B และ 7B ตั้งใจให้ทำงานบนมือถือได้
IFM ระบุว่าโมเดลทำผลงานได้ระดับ top-tier ในทุกช่วงขนาด ทั้งงานให้เหตุผล คณิตศาสตร์ เขียนโค้ด และงานเอเจนต์ โดยตัว 0.9B, 3.7B และ 7B ทำสถิติดีที่สุดในรุ่นขนาดเดียวกัน
ตัวเลข benchmark มาจากผู้พัฒนาเอง ควรรอผลทดสอบซ้ำจากบุคคลที่สาม และที่สำคัญ "เปิดข้อมูลฝึก" ยังต้องรอดูรายละเอียดว่าครบและตรวจสอบได้จริงแค่ไหนเมื่อมีคนนำไปใช้จริง
แปลว่าอะไร
เทรนด์ที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ AI กำลัง เล็กลงจนรันบนเครื่องผู้ใช้เองได้ ไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ตลอดเวลา สำหรับคนทำธุรกิจไทย นี่คือสัญญาณว่าในอนาคตอันใกล้ ฟีเจอร์ AI บางอย่าง เช่น การช่วยร่างข้อความหรือสรุปโน้ต อาจทำงานบนมือถือได้เลย เร็วขึ้น ประหยัดขึ้น และเป็นส่วนตัวมากขึ้น การมีโมเดลเปิดคุณภาพสูงให้เลือกมากขึ้นยังช่วยลดการผูกขาดกับผู้ให้บริการรายใหญ่รายเดียวด้วย
