ญี่ปุ่น ประกาศเดินหน้าโครงการ "AI กายภาพ" (physical AI) ระดับชาติอย่างเต็มตัว ผ่านบริษัทใหม่ชื่อ Noetra ที่ได้แรงหนุนจากรัฐบาลและกลุ่มทุนอุตสาหกรรมรายใหญ่ โดยมีเป้าหมายสร้าง โมเดลพื้นฐาน (foundation model) แบบหลายโหมด ที่ญี่ปุ่นพัฒนาเอง สำหรับหุ่นยนต์และเครื่องจักรที่ทำงานในโลกจริง แทนที่จะพึ่งโมเดลจากสหรัฐฯ หรือจีนเพียงอย่างเดียว การประกาศรอบนี้เกิดขึ้นช่วงกลางเดือน กรกฎาคม 2026
Noetra ไม่ได้วางตัวเป็นแล็บ AI เดี่ยว ๆ แต่เป็น กลุ่มความร่วมมือเชิงอุตสาหกรรม ที่มีผู้ถือหุ้นหลักอย่าง SoftBank, Sony Group, NEC และ Honda พร้อมบริษัทและองค์กรรวมกว่า 44 ราย ลงขันและแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลร่วมกัน
ด้านงบประมาณ รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนผ่านหน่วยงาน NEDO สูงสุดถึง 1 ล้านล้านเยน (ราว 6.2 พันล้านดอลลาร์) ในระยะ 5 ปี โดยเฉพาะปีงบประมาณ 2026 ผูกไว้แล้ว 3.873 แสนล้านเยน และ Noetra วางแผนสร้างศูนย์ประมวลผลที่ติดตั้ง GPU NVIDIA รุ่น Rubin ราว 27,500 ตัว
"Physical AI" ต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่ต้องเข้าใจ พื้นที่ แรง และคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุ ไม่ใช่แค่ข้อความหรือรูปภาพ — เป็นสมองกลที่ต้องสั่งงานแขนกล หุ่นยนต์ และเครื่องจักรให้ขยับในโลกจริงได้อย่างปลอดภัย
โร้ดแมปของ Noetra แบ่งเป็นเฟส เริ่มจากปีงบ 2026 สร้าง โมเดลเชิงเหตุผล (reasoning model) เป็นแกนของ AI agent จากนั้นปี 2028 ตั้งเป้าโมเดล omni-modal ที่ประมวลผลข้อความ ภาพ วิดีโอ และเสียงพร้อมกัน และภายในปี 2030 ตั้งเป้าไปถึง "Real-world Native AI" ที่เข้าใจข้อมูลเชิงพื้นที่และฟิสิกส์ของโลกจริง
แปลว่าอะไร
การที่ญี่ปุ่นทุ่มระดับนี้สะท้อนว่า สนามแข่ง AI กำลังขยับจาก "แชตบนจอ" ไปสู่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงาน–คลังสินค้า–บ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งดั้งเดิมของอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และยังเป็นการเดิมพันเรื่อง "อธิปไตยทาง AI" ว่าประเทศควรมีโมเดลพื้นฐานของตัวเอง ไม่ใช่พึ่งพาต่างชาติทั้งหมด
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มองเรื่องระบบอัตโนมัติ ข่าวนี้เป็นสัญญาณว่า หุ่นยนต์ที่ "ฉลาดขึ้น" จะเข้ามาในสายการผลิตและโลจิสติกส์เร็วกว่าที่คิด การเริ่มเก็บข้อมูลหน้างานและทดลองระบบอัตโนมัติเล็ก ๆ ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้ปรับตัวได้ทันเมื่อเทคโนโลยีสุกงอม
