บริษัท Kling AI ผู้พัฒนา AI สร้างวิดีโอจากข้อความ (text-to-video) สัญชาติจีน ปิดดีลระดมทุนก้อนแรก ~2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7 หมื่นล้านบาท) และมีรายงานว่าอาจขยายได้ถึงเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทหลังได้เงินขึ้นไปแตะราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิมราว 1.5 หมื่นล้าน โดยบริษัทแม่ Kuaishou เตรียม สปินออฟ แยก Kling ออกมาและนำเข้าตลาดหุ้นเองภายใน 12 เดือน
รอบนี้มีนักลงทุนรายใหญ่เข้าร่วมคับคั่ง รวมถึง Alibaba และ Tencent (มีรายงานว่า Tencent ซื้อหุ้นราว 200 ล้านดอลลาร์) โดยมีข่าวว่า General Atlantic เป็นผู้นำการเจรจาดีลนี้
เกิดอะไรขึ้น
Kling คือหนึ่งในเครื่องมือ AI สร้างวิดีโอที่มาแรงที่สุดในจีน ผู้ใช้พิมพ์คำสั่งสั้น ๆ แล้วได้คลิปหรือหนังสั้นออกมา แข่งกับเครื่องมือฝั่งตะวันตกอย่าง Sora ของ OpenAI และ Veo ของ Google โดยเงินทุนก้อนใหม่จะถูกนำไปใช้:
- สร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์ และจัดหา ชิปประมวลผลขั้นสูง เพิ่ม
- ขยายทีม นักวิจัยและวิศวกร หลัก
- เร่งพัฒนาโมเดลวิดีโอให้ยาวขึ้นและสมจริงขึ้น เพื่อชิงตลาดคอนเทนต์วิดีโอทั่วโลก
การที่ Kuaishou ยอมแยก Kling ออกมาเป็นบริษัทลูกอิสระ สะท้อนว่า ธุรกิจ "วิดีโอ AI" กลายเป็นสมรภูมิเงินหนาที่บริษัทเทคจีนพร้อมทุ่มสุดตัว
แปลว่าอะไร
วิดีโอ AI กำลังถูกเลือกใช้มากขึ้นในงาน การตลาด–โฆษณา–คอนเทนต์โซเชียล เพราะทำคลิปสั้นได้เร็วและถูกกว่าถ่ายจริง ครีเอเตอร์และร้านค้าไทยก็เริ่มเอามาทำวิดีโอโปรโมตสินค้าได้เช่นกัน
แต่การแข่งขันที่ร้อนแรงก็มาพร้อมข้อควรระวัง โดยเฉพาะเรื่อง ความจริงและความน่าเชื่อถือ ของภาพเคลื่อนไหว
วิดีโอ AI ที่สมจริงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ ดีปเฟก และคลิปปลอมทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้ไทยควรระวังทั้งตอน เสพ (เช็กที่มาก่อนแชร์) และตอน ผลิต (ขออนุญาตเจ้าของภาพหรือเสียง และเลี่ยงใช้ใบหน้าคนอื่นโดยไม่ยินยอม ตามหลัก PDPA)
