หน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งของรัฐ เนวาดา ลงมติ อนุมัติเป็นเอกฉันท์ เมื่อ 20 ส.ค. 2026 ให้ Tesla, Waymo และ Uber เปิดบริการ แท็กซี่ไร้คนขับ (robotaxi) แบบเก็บเงิน ใน เคาน์ตีคลาร์ก ซึ่งครอบคลุมเมืองลาสเวกัส
เกิดอะไรขึ้น
- ใบอนุญาตทั้งสามรวมกันเปิดทางให้มีรถขับเองได้สูงสุดถึง ราว 7,000 คัน ทั่วเคาน์ตีภายใน 12 เดือนข้างหน้า
- แบ่งเป็น Tesla ได้สูงสุด 5,000 คัน, Waymo สูงสุด 1,000 คัน และ Uber อีก 1,000 คัน โดย Uber วางแผนวิ่งผ่านพันธมิตรอย่าง Motional (บริษัทลูกของ Hyundai) และ Zoox
- แม้ได้เพดานสูง แต่ตัวแทน Tesla ระบุว่าจะไม่ปล่อยครบ 5,000 คันในทันที — จะเริ่มจากไม่กี่คันก่อนแล้วค่อย ๆ ขยาย
- กลุ่มแท็กซี่และรถลีมูซีนคัดค้าน โดยกังวลเรื่อง ตลาดล้นและการจราจรติดขัด
แปลว่าอะไร
การอนุมัติพร้อมกันทั้งสามรายในเมืองใหญ่ถือเป็น ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมรถขับเองในสหรัฐฯ จากเดิมที่ทยอยเปิดทีละเมือง ทีละบริษัท มาสู่การแข่งขันตรง ๆ ในสนามเดียวกัน ลาสเวกัสซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและถนนเป็นตารางกริดชัดเจน จึงเป็นสนามทดสอบเชิงพาณิชย์ที่เหมาะเจาะ
"robotaxi" คือรถแท็กซี่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่มีคนขับ ผู้โดยสารเรียกผ่านแอปเหมือนเรียกรถทั่วไป — ต่างกันตรงที่เบื้องหลังเป็นเซนเซอร์และซอฟต์แวร์ AI แทนคนขับ
เพดานจำนวนรถเป็นเพียง "สูงสุดที่อนุญาต" ไม่ได้แปลว่าจะมีรถวิ่งครบทันที การขยายจริงยังขึ้นกับความปลอดภัยบนถนนและการยอมรับของผู้โดยสารในช่วงแรก
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป นี่คือสัญญาณว่า บริการรถไร้คนขับกำลังเข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น และการแข่งขันหลายเจ้าในเมืองเดียวอาจกดราคาค่าโดยสารและเร่งพัฒนาคุณภาพบริการให้เร็วขึ้น
