Nordic Semiconductor ผู้ผลิตชิปไร้สายจากนอร์เวย์ เปิดตัวชิปตระกูลใหม่ nRF71 Series เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 เป็น SoC (System-on-Chip หรือชิปที่รวมทุกอย่างไว้ในตัวเดียว) ที่รวม Wi-Fi 6, Bluetooth LE, Thread และหน่วยประมวลผล AI ไว้ด้วยกัน จุดขายหลักคือ ไฟตอน standby ต่ำกว่าชิป Wi-Fi รุ่นก่อนอย่าง nRF70 สูงสุด 20 เท่า ทำให้อุปกรณ์ Wi-Fi ที่ใช้แบตเตอรี่ทำได้จริงจังขึ้น
ในวันเดียวกัน u-blox ผู้ผลิตโมดูลจากสวิตเซอร์แลนด์ก็ประกาศโมดูล ALMA-W1 ที่ใช้ชิปตัวนี้ทันที
สเปกที่สำคัญ
- รุ่นแรกมี 2 ตัว: nRF7120 (Wi-Fi 6 สองย่าน 2.4 และ 5 GHz) และ nRF7120E (Wi-Fi 6E สามย่าน เพิ่ม 6 GHz พร้อม NPU)
- ซีพียู Arm Cortex-M33 256 MHz, หน่วยความจำถาวร 4 MB และ RAM ที่ผู้ใช้ใช้ได้ 1 MB ทั้งสองรุ่น
- มี 2 วิทยุแยกกัน คือวิทยุ Wi-Fi และวิทยุ 2.4 GHz แบบหลายโปรโตคอลจากตระกูล nRF54 ที่ รับสัญญาณพร้อมกันได้ เช่น เกาะ Wi-Fi ไปคลาวด์ไว้ขณะฟัง BLE หรือ Thread
- NPU (Neural Processing Unit หรือหน่วยประมวลผลโมเดล AI) ชื่อ Axon ในรุ่น nRF7120E รันโมเดลเร็วกว่าใช้ Cortex-M33 อย่างเดียว 10-17 เท่า ตามที่ Nordic อ้าง ใช้กับงานอย่างจับคำสั่งเสียง (keyword spotting) ตรวจความผิดปกติ (anomaly detection) และจำแนกภาพ
- อัปเดตโมเดล AI แบบ OTA (ส่งผ่านอากาศ) ผ่าน nRF Cloud และใช้ซอฟต์แวร์ Neuton สร้างโมเดลจิ๋วจากข้อมูลของทีมเอง
- โมดูล u-blox ALMA-W1 รุ่นเสาอากาศบนบอร์ดขนาด 10.4 x 14.3 mm รุ่นเสาภายนอก 10.4 x 11.2 x 1.9 mm และบอกว่าผ่านการรับรองหลายประเทศแล้ว
Nordic ยังไม่เปิดเผยตัวเลขกระแสไฟจริงเป็น µA ไม่บอกเงื่อนไขการวัด "20 เท่า" ไม่บอกราคา และยังไม่ประกาศวันวางขายทั่วไป ตอนนี้ส่งตัวอย่าง (sampling) ให้ลูกค้าที่คัดเลือกเท่านั้น ต้องรอตัวเลขจาก datasheet ก่อนเอาไปคำนวณอายุแบต
ชิปจะโชว์ในงาน electronica 2026 ที่มิวนิก ซึ่งจัดวันที่ 10-13 พฤศจิกายน และในเอกสาร nRF Connect SDK / Zephyr มีหน้าบอร์ดพัฒนา nRF7120 DK แล้ว
สำหรับคนออกแบบ IoT product
ที่ผ่านมาหลายทีมเลือก BLE หรือ Thread สำหรับอุปกรณ์ใช้ถ่าน แล้วต้องมี hub หรือ gateway คั่นกลาง เพราะ Wi-Fi กินไฟเกินไป ถ้าตัวเลขของ nRF71 เป็นจริงในการใช้งานจริง อุปกรณ์อย่างกลอนประตู เซ็นเซอร์ หรือแผงสัญญาณกันขโมย อาจต่อ Wi-Fi บ้านได้ตรง ๆ โดยไม่ต้องขาย hub เพิ่ม ซึ่งลดต้นทุนและขั้นตอนติดตั้งของลูกค้า การมีวิทยุ 2.4 GHz แยกยังเหมาะกับ Matter bridge หรือ Thread border router ที่ต้องคุยสองเครือข่ายพร้อมกัน ส่วน NPU ช่วยให้ตัดสินใจบนอุปกรณ์ก่อนค่อยปลุก Wi-Fi ส่งข้อมูล ซึ่งเป็นวิธีประหยัดแบตที่ได้ผลที่สุด แต่ตอนนี้ยังเป็นช่วงตัวอย่าง ถ้าคุณมีกำหนดผลิตใน 6-12 เดือน ให้เทียบกับชิปที่วางขายแล้วและมีราคาชัดเจนไว้เป็นแผนสำรองด้วย
ถ้าจะทดลอง ให้เริ่มจากวัดไฟจริงในโหมดที่อุปกรณ์ของคุณใช้บ่อยที่สุด เช่น ช่วงหลับนานพร้อมรักษาการเชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลข standby ในเอกสารการตลาด
nRF71 รวม Wi-Fi 6/6E, BLE, Thread และ NPU ไว้ในชิปเดียว อ้างไฟ standby ต่ำลง 20 เท่า เหมาะกับอุปกรณ์ Wi-Fi ใช้แบต แต่ยังไม่มีราคาและวันวางขาย ต้องรอตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ
อ่านซีรีส์ ออกแบบ IoT Product ตั้งแต่ศูนย์จนขายได้
