วงการชิป AI มีผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 สตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน Positron AI ประกาศปิดรอบระดมทุน Series C มูลค่า 875 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ดันมูลค่าบริษัทหลังระดมทุนแตะ 5 พันล้านดอลลาร์
ที่น่าทึ่งคือความเร็ว — เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Positron เพิ่งระดมทุนได้ 230 ล้านดอลลาร์ที่มูลค่าบริษัทราว 1 พันล้าน แปลว่าในเวลาแค่ 7 เดือน มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 5 เท่า สะท้อนว่านักลงทุนกำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกจากชิปของ Nvidia
จุดต่าง: ใช้แรม "ธรรมดา" แทนแรมแพง
หัวใจของ Positron อยู่ที่ชิปรุ่นใหม่ชื่อ Asimov ซึ่งออกแบบมาเพื่องาน inference (การรัน AI ที่เทรนเสร็จแล้วให้ตอบงานจริง) โดยเฉพาะ
แทนที่จะใช้หน่วยความจำ HBM ราคาแพงและหายากแบบที่ GPU ระดับสูงใช้กัน Asimov เลือกใช้ LPDDR5X ซึ่งเป็นแรมแบบเดียวกับในมือถือ — ผลิตจำนวนมาก ราคาถูกกว่า และหาซื้อง่ายกว่า โดยให้หน่วยความจำต่อชิปสูงถึง 288GB ถึง 2,304GB
ทำไมหน่วยความจำถึงสำคัญ? เพราะโมเดล AI ยุคนี้ตัวใหญ่มาก การมีหน่วยความจำเยอะ ๆ ในชิปเดียวช่วยให้รันโมเดลใหญ่ได้โดยไม่ต้องกระจายงานข้ามชิปหลายตัว ซึ่งช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนลง
กำหนดการและเงินทุน
Positron วางแผนให้ Asimov เข้าสู่กระบวนการผลิต (tape out) บนเทคโนโลยี N3P ของ TSMC ช่วงปลายปี 2026 และเริ่มผลิตจริงในครึ่งหลังของปี 2027 ส่วนเงินที่ระดมได้จะนำไปใช้กับการผลิตชิป Asimov, การเร่งกำลังผลิตระบบ inference รุ่น Titan และสร้างศูนย์ข้อมูลวิศวกรรมขนาดกว่า 2 เมกะวัตต์
รอบนี้นำโดยกลุ่มนักลงทุนชื่อดังหลายราย รวมถึง NEA, Atreides, Valor, SemiAnalysis Capital ของ Dylan Patel และ Jim Clark ผู้ก่อตั้ง Netscape และ Silicon Graphics
แปลว่าอะไรต่อเรา
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดชิป AI เป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ปลายทาง ยิ่งมีผู้เล่นมาก ต้นทุนการรัน AI ก็ยิ่งมีแนวโน้มถูกลง ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลถึงราคาของบริการ AI ที่ธุรกิจและผู้บริโภคใช้กันทุกวัน
อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป — Asimov ยังเป็นแค่แผน กว่าจะผลิตจริงก็ครึ่งหลังปี 2027 และการพิสูจน์ว่าแรมธรรมดาสู้ HBM ได้จริงในงานหนักยังต้องรอผลทดสอบ
