เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. 2026 ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง (Lee Jae Myung) แถลงผ่านโทรทัศน์ถึงแผนอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ มูลค่ารวม มากกว่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปักธงความเป็นผู้นำด้าน เซมิคอนดักเตอร์ และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนเวทีโลก โดยมีผู้บริหารของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกร่วมเวที
เกิดอะไรขึ้น
หัวใจของแผนคือ Samsung และ SK Hynix จะลงทุนร่วมกับซัพพลายเออร์รวม 800 ล้านล้านวอน (ราว 5.18 แสนล้านดอลลาร์) สร้างโรงงานผลิตชิป (fab) แห่งใหม่รายละ 2 แห่งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ พร้อมเงินลงทุนเสริมจากเมืองกวางจูและจังหวัดช็อลลาใต้ และอีกราว 81 ล้านล้านวอน สำหรับคลัสเตอร์บรรจุภัณฑ์ชิป (chip packaging) ใกล้กรุงโซล
รัฐบาลยังตั้งเป้าลงทุนใน ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ราว 550 ล้านล้านวอนภายในปี 2029 และทะลุ 1,000 ล้านล้านวอนภายในปี 2035 พร้อมกระจายโครงสร้างพื้นฐานออกจากเมืองหลวงเพื่อหนุนการเติบโตในภูมิภาค
จุดที่น่าสนใจคือ เกาหลีใต้เลือกต่อยอด จุดแข็ง ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว — Samsung และ SK Hynix ครองตลาด หน่วยความจำ HBM (High-Bandwidth Memory) ที่ชิป AI แทบทุกตัวต้องใช้ การทุ่มสร้าง fab ใหม่จึงเท่ากับล็อกห่วงโซ่อุปทาน AI สำคัญของโลกไว้กับตัวเอง
แปลว่าอะไร
นี่คือการประกาศว่าเกาหลีใต้จะ "เอาจริง" กับการเป็นฐานผลิตชิปและพลังประมวลผล AI ของโลก ในจังหวะที่ทุกประเทศกำลังแย่งกันสร้างกำลังการผลิตชิปและดาต้าเซ็นเตอร์ การลงทุนระดับนี้กดดันคู่แข่งทั้งสหรัฐ ไต้หวัน และจีนโดยตรง และตอกย้ำว่า "ชิป + ไฟฟ้า + ดาต้าเซ็นเตอร์" ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ของชาติ ไม่ต่างจากถนนหรือไฟฟ้า
สำหรับคนทำธุรกิจทั่วโลก ความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่พุ่งต่อเนื่องแปลว่ากำลังผลิตและราคาชิป/ดาต้าเซ็นเตอร์จะยัง ตึง ต่อไป ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อต้นทุนคลาวด์และอุปกรณ์ที่เราใช้ทุกวัน
เม็ดเงินส่วนใหญ่เป็นการ "ตั้งเป้า/ให้คำมั่น" ระยะหลายปี ไม่ใช่จ่ายทันที — ตัวเลขจริงต้องตามดูเป็นเฟส และอาจเปลี่ยนตามวัฏจักรตลาดชิปที่ขึ้นลงแรง
เกาหลีใต้ประกาศลงทุนกว่า 5.76 แสนล้านดอลลาร์ดัน "ชิป + AI" เป็นวาระชาติ — สัญญาณว่าการแข่งสร้างกำลังผลิตฮาร์ดแวร์ AI ของโลกยังร้อนแรง และจะกำหนดทิศทางต้นทุน AI ในอีกหลายปีข้างหน้า
