Anthropic เจ้าของแชตบอต Claude กำลังเดินหน้าล็อกกำลังประมวลผลก้อนใหญ่อีกครั้ง ล่าสุด TeraWulf ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เคยเป็นบริษัทขุดบิตคอยน์ ประกาศเซ็นสัญญาเช่าระยะยาว 20 ปี ให้ Anthropic ใช้พื้นที่ที่แคมปัส Justified Data เมือง Hawesville รัฐเคนทักกี คิดเป็นรายได้ตามสัญญาราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.9 แสนล้านบาท) ตลอดอายุสัญญาช่วงแรก ตามรายงานของ CNBC
เกิดอะไรขึ้น
ดีลนี้ไม่ได้เป็นแค่การเช่าตึก แต่คือการจองกำลังไฟฟ้าสำหรับประมวลผล AI ในระดับเมือง:
- Anthropic จะเช่ากำลังไฟสำหรับคอมพิวต์ AI สูงสุด 401 เมกะวัตต์
- ทยอยเปิดใช้ช่วง ครึ่งหลังปี 2027 และขยายเต็ม 401 MW ภายใน ต้นปี 2028
- TeraWulf เตรียมลงทุนเอง 3–4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ — น้อยกว่าหนึ่งในห้าของมูลค่าสัญญาเช่าทั้งหมด
- ข่าวดันหุ้น TeraWulf พุ่งกว่า 10% และฉุดกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบ "neocloud" อื่น ๆ อย่าง CoreWeave, IREN, Hut 8 และ Riot Platforms ขึ้นตาม
จุดที่น่าสนใจคือ TeraWulf เคยเป็น นักขุดบิตคอยน์ มาก่อน การหันมาปล่อยเช่ากำลังไฟให้บริษัท AI คือเทรนด์ที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในปีนี้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่ครั้งหนึ่งสร้างไว้ขุดคริปโต (ไฟฟ้าราคาถูก + ระบบระบายความร้อน) ปรับมารองรับชิป AI ได้ค่อนข้างลงตัว
นอกจากดีลกับ Anthropic แล้ว TeraWulf ยังขายหุ้นทั้งหมดในกิจการร่วมค้า Abernathy ที่เท็กซัสให้กลุ่มของ Fluidstack ราว 530 ล้านดอลลาร์ เพื่อโฟกัสธุรกิจปล่อยเช่าคอมพิวต์ AI เต็มตัว
แปลว่าอะไร
สัญญาเดียวมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ บอกชัดว่าการแข่งขัน AI ยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่ "โมเดลใครเก่งกว่า" อีกต่อไป แต่วัดกันที่ ใครล็อกไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ได้มากและเร็วกว่า เพราะโมเดลที่ฉลาดขึ้นต้องการชิปมากขึ้น และชิปที่มากขึ้นก็ต้องการไฟฟ้ามหาศาลตามไปด้วย
ที่น่าคิดคือ เม็ดเงินระดับนี้ไหลไปลงที่ เมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำในรัฐเคนทักกี ไม่ใช่ซิลิคอนแวลลีย์ — สะท้อนว่าทำเลของ "โรงงาน AI" ยุคใหม่ถูกกำหนดด้วยไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน มากกว่าความเป็นเมืองเทค
