Unitree Robotics (ชื่อจดทะเบียน Yushu Technology) บริษัทหุ่นยนต์จากเมืองหางโจว ประกาศเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ STAR Market เซี่ยงไฮ้ โดยตั้งราคา IPO ที่หุ้นละ 150.80 หยวน ระดมทุนได้ราว 6.1 พันล้านหยวน (ประมาณ 904 ล้านดอลลาร์) กลายเป็นผู้ผลิต "หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์" รายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ระดับมูลค่ากิจการราว 9 พันล้านดอลลาร์
เกิดอะไรขึ้น
- Unitree ไม่ใช่สตาร์ทอัพที่เผาเงินทุนอย่างเดียว แต่ทำกำไรได้จริง — ปี 2025 มีรายได้เกือบ 1.7 พันล้านหยวน โดยกว่า 40% มาจากตลาดต่างประเทศ และมี อัตรากำไรขั้นต้นราว 60%
- บริษัทส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ไปแล้วราว 5,500 ตัว ครอบคลุมรุ่น G1, H1 และ R1 พ่วงกับธุรกิจหุ่นยนต์สี่ขา (quadruped) ที่แข็งแรงอยู่แล้ว
- ดีมานด์นักลงทุนล้นหลาม — ส่วนของนักลงทุนรายย่อยถูกจองเกินหลายพันเท่า (Bloomberg รายงานราว 5,526 เท่า) ถือเป็นหนึ่งในดีลที่ร้อนแรงที่สุดของ STAR Market
- ผู้ถือหุ้นก่อน IPO มีทั้ง Tencent, Alibaba, Meituan และกองทุนที่เชื่อมโยงกับรัฐ ส่วนเงินที่ระดมได้จะนำไปใช้ เทรนโมเดล AI, พัฒนาสินค้าใหม่ และขยายกำลังการผลิต
ทำไมถึงน่าสนใจ
การเข้าตลาดครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์คน กำลังขยับจาก "การโชว์ในห้องแล็บ" และเงินร่วมลงทุน ไปสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมและการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จริง ปักกิ่งเองก็ผลักดันแนวคิด "ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ" (embodied intelligence) ที่ให้ AI ก้าวออกจากซอฟต์แวร์มาสู่หุ่นยนต์ที่ทำงานในโลกจริง และ Unitree ก็ไม่ได้มาคนเดียว — คู่แข่งจีนอย่าง AgiBot และ Leju Robotics ก็กำลังมุ่งหน้าเข้าตลาดหุ้นเช่นกัน
จุดแข็งที่ทำให้จีนได้เปรียบคือ ห่วงโซ่การผลิต ที่ช่วยกดต้นทุนฮาร์ดแวร์ลงได้เร็ว — ปัจจัยเดียวกับที่เคยเปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมโดรนและรถ EV มาแล้ว
แม้ตัวเลขจองซื้อจะร้อนแรง แต่ ดีมานด์เชิงพาณิชย์ของหุ่นยนต์เอนกประสงค์ยังไม่ชัด ว่าจะขายได้จริงในวงกว้างแค่ไหน ราคาหุ้นที่พุ่งจากความคาดหวังจึงมีความเสี่ยงผันผวนสูง — นักลงทุนควรแยก "กระแส" ออกจาก "พื้นฐานธุรกิจ"
