เกิดอะไรขึ้น
ในงาน IFA 2026 ที่กรุงเบอร์ลิน (4–8 กันยายน) Xiaomi สร้างความฮือฮาด้วยการมาออกงานนี้ เป็นครั้งแรก และที่สะเทือนวงการยิ่งกว่าคือ พื้นที่เดิมที่ Samsung เคยครองในฮอลล์หลักมาตั้งแต่ปี 1991 ปีนี้กลายเป็นโลโก้ Xiaomi แทน
ไฮไลต์คือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ CyberOne ที่ Xiaomi ไม่ได้เอามาโชว์เฉย ๆ แต่นำไป ทดสอบทำงานจริง ในโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท งานที่ให้ทำคือ ขันน็อต (bolt-tightening) และหลังทดสอบราว 4 เดือน อัตราความสำเร็จของงานเพิ่มจากราว 90% เป็น 98%
Xiaomi ยังประกาศทุ่มงบวิจัยและพัฒนา AI ก้อนใหญ่ 7.4 พันล้านยูโร (ราว 8.6 พันล้านดอลลาร์) ครอบคลุมปี 2026–2028 ทั้งรถ EV หุ่นยนต์ และระบบปฏิบัติการ พร้อมโชว์บูธขนาด 3,300 ตารางเมตร และสินค้ากว่า 380 รายการ ภายใต้ธีม "Human × Car × Home"
แปลว่าอะไร
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังขยับจาก "เดโมบนเวที" ไปสู่ "งานจริงในสายการผลิต" ตัวเลข 90% → 98% ฟังดูเล็ก แต่ในโรงงาน ความแม่นยำระดับนี้คือเส้นแบ่งระหว่างของเล่นกับเครื่องมือที่ใช้ได้จริง
สิ่งที่น่าสังเกตไม่ใช่แค่ตัวหุ่นยนต์ แต่คือกลยุทธ์ "ใช้โรงงานตัวเองเป็นสนามทดสอบ" — Xiaomi มีทั้งโรงงาน EV และไลน์ผลิตของตัวเอง จึงเก็บข้อมูลและปรับจูนหุ่นยนต์ได้เร็วกว่าคู่แข่งที่ต้องพึ่งลูกค้าภายนอก
การที่ Xiaomi กล้าแทนที่ Samsung ในฮอลล์หลัก และประกาศงบ AI ระดับพันล้านยูโร สะท้อนว่าผู้ผลิตจีนกำลังรุกหนักเรื่องหุ่นยนต์และ AI ในระดับที่จริงจัง ไม่ใช่แค่ทำมือถือราคาถูกอีกต่อไป
สำหรับผู้อ่านในไทย นี่เป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในโรงงานกำลังถูกดันให้ถูกลงและใช้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอีกไม่กี่ปีอาจกระทบต้นทุนการผลิตในภูมิภาคนี้โดยตรง
Xiaomi เดบิวต์ IFA 2026 ด้วยหุ่นยนต์ CyberOne ที่ทำงานจริงในโรงงาน EV (แม่นยำขึ้นจาก 90% เป็น 98%) พร้อมงบ AI 7.4 พันล้านยูโร — สัญญาณว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มเข้าสู่งานจริงแล้ว
