กลับไปบทความทั้งหมด
EP.5 ตั้งงบต้นทุนตั้งแต่วันแรก: คิดย้อนจากราคาขายสู่งบ BOM
IoT

EP.5 ตั้งงบต้นทุนตั้งแต่วันแรก: คิดย้อนจากราคาขายสู่งบ BOM

SPV Tech Solutions30 ตุลาคม 25692 min
#iot-product-design#bom#cost#pricing

📘 ซีรีส์ออกแบบ IoT Product · EP.5/70 · บทที่ 1: ภาพรวมและสเปกสินค้า

ตอนนี้ตอบคำถามที่มักถามช้าเกินไป: ค่าชิ้นส่วนต่อชุดจ่ายได้ไม่เกินเท่าไร ถึงจะขายแล้วยังเหลือกำไร ต่อจากสเปกใน EP.4 วันนี้เติมข้อกำหนดเรื่องเงิน

ตั้งงบ BOM ก่อนเลือกชิ้นส่วน

BOM (Bill of Materials) คือรายการชิ้นส่วนทุกตัวที่ใช้ประกอบเครื่องหนึ่งชุดพร้อมราคา มือใหม่มักเลือกชิ้นส่วนก่อน แล้วบวกกำไรเป็นราคาขาย ผลคือราคาที่ตลาดไม่ยอมจ่าย งานผลิตจริงใช้ cost-driven design แทน: เริ่มจากราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย แล้วคิดย้อนหาว่าค่าชิ้นส่วนจ่ายได้เท่าไร ตัวเลขนั้นเป็นเพดานที่ทุกการเลือกชิ้นส่วนต้องอยู่ใต้มัน

คิดย้อนจากราคาขายทีละขั้น

เงินที่ลูกค้าจ่ายไม่ได้เข้ากระเป๋าเราทั้งก้อน ตารางไล่เป็น % ของราคาขายหน้าร้าน (รวม VAT = 100%)

ตัวเลขเงินของโปรเจกต์ตัวอย่างในซีรีส์นี้เป็น ตัวเลขห้องเรียน ใช้ฝึกวิธีคิด ไม่ใช่ต้นทุนหรือราคาจริงของสินค้าใด เพราะต้นทุนจริงของแต่ละโปรเจกต์ต่างกันมากและเป็นความลับของลูกค้าแต่ละราย วิธีคิดทุกขั้นเปิดไว้ครบ นำไปใส่ตัวเลขของคุณเองได้ทันที ส่วนอัตราสาธารณะที่ระบุแหล่ง (เช่น ภาษี ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) เป็นข้อมูล ณ วันที่เขียน
ขั้นช่วงตัวอย่างใช้คิดยังเหลือ
ราคาขายหน้าร้าน (รวม VAT)100%100%
หัก VAT (7/107)6.5%6.5%93.5%
ช่องทางขาย (ค่าชำระเงิน + คอมมิชชัน)ราว 10–20%15%78.5%
ค่าส่งถึงลูกค้าราว 3–5%5%73.5%
สำรองเคลมราว 3–4%3.5%70%
ส่วนที่ต้องเหลือ (การตลาด ซัพพอร์ต คืน NRE กำไร)ราว 20–30%25%45%
ต้นทุนถึงคลัง (landed cost คือของมาถึงคลังพร้อมขาย)45%
ค่าประกอบและทดสอบราว 5–8%6%39%
กล่อง แพ็กเกจ คู่มือราว 4–7%6%33%
ขนส่งชิ้นส่วน + ภาษีนำเข้าราว 2–5%3%30%
งบ BOMราว 30%

แหล่งตัวเลขสาธารณะ: VAT ไทยยังเป็น 7% ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 807 พ.ศ. 2569 ใช้ถึง 30 กันยายน 2570 ราคาหน้าร้านรวม VAT แล้ว ส่วนที่เป็น VAT จึงคือ ราคา × 7/107 ≈ 6.5% ไม่ใช่ 7% ส่วนช่องทางขาย บทความของ FlowAccount (ส.ค. 2569) ยกตัวอย่างค่าธุรกรรมชำระเงินราว 3.21% และค่าคอมมิชชันตามหมวดราว 7% ถึงกว่า 17% ควรตรวจอัตราปัจจุบันที่ Seller Centre ช่วง % อื่นเป็นตัวเลขห้องเรียน

กฎ 3–5 เท่า และส่วนต่างจ่ายค่าอะไร

กฎที่รู้กันทั่วไปในวงการ ไม่ใช่ความลับ: ราคาขายปลีกมักอยู่ราว 3–5 เท่าของ BOM (BOM 30% ของราคาคือ 3.3 เท่า) ส่วนต่าง 70% จ่ายภาษี ช่องทางขาย ค่าทำให้เป็นสินค้า ค่าออกแบบที่ทยอยคืน ค่ารับประกันและซัพพอร์ต ค่าการตลาด และความเสี่ยง เช่น ของค้างสต็อกหรือล็อตเสีย

ต่ำกว่า 3 เท่า มีโอกาสสูงที่ขายยิ่งมากยิ่งขาดทุน แต่กฎนี้เป็นตัวเช็กเร็ว ไม่ใช่สูตรตายตัว สินค้าที่มีรายเดือนอาจต่ำกว่านี้ได้ (ลงลึกใน EP.66)

NRE ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว กับต้นทุนต่อชุด

ต้นทุนต่อชุด จ่ายทุกครั้งที่ผลิต ส่วน NRE (Non-Recurring Engineering) จ่ายก้อนเดียวไม่ว่าจะผลิตกี่ชุด เช่น ค่าออกแบบ แม่พิมพ์ ค่าขอรับรองมาตรฐาน NRE ถูกหารด้วยจำนวนชุด สมมติ NRE เท่ากับ 100 เท่าของราคาขายต่อชุด (ตัวเลขห้องเรียน) ผลิต 10 ชุดตกชุดละ 10 เท่าของราคาขาย 100 ชุดเหลือ 1 เท่า 1,000 ชุดเหลือ 0.1 เท่า ต้นแบบ 10 ชุดแรกจึงแพงเสมอและห้ามใช้ตั้งราคา ให้ถามแทนว่า ต้องขายกี่ชุดถึงคืนทุนก้อนนี้

ลองใช้กับโปรเจกต์ตัวอย่าง: ตัวเฝ้าโรงเห็ด

ค่ากลางของซีรีส์ (ตัวเลขห้องเรียน): ราคาขายราว 2,000 บาทต่อชุด บริการคลาวด์ราว 50 บาท/เดือน ผลิตเป้าหมาย 1,000 ชุด ล็อตแรก 200 ชุด

การตัดสินใจ: ตั้งเพดาน BOM ราว 30% ของราคาขายที่ 1,000 ชุด และวางแผนเงินสดของล็อตแรกแยกต่างหาก เหตุผลมี 3 ข้อ

  1. 100 ÷ 30 ≈ 3.3 เท่า อยู่ในกรอบ 3–5 เท่า
  2. เพดานนี้หนุนให้รุ่นแรกเฝ้าอย่างเดียว ไม่ใส่รีเลย์สั่งปั๊มพ่นหมอก และใช้โมดูล Wi-Fi สำเร็จรูป
  3. ล็อตแรกสั่งชิ้นส่วนน้อย ราคาต่อชิ้นสูงกว่า จึงอาจเกินเพดานชั่วคราว

ส่วนที่ต้องเหลือ 25% สมมติเป็นการตลาดและซัพพอร์ต 10% อีก 15% ไว้คืน NRE และกำไร ถ้า NRE คือ 100 เท่าของราคาต่อชุด ต้องขาย 100 ÷ 0.15 ≈ 670 ชุดถึงคืนทุน ล็อตแรก 200 ชุดคืนได้ราว 30% ของ NRE ขายหมดล็อตแรกก็ยังไม่คืนทุน ต้องวางเงินสดให้พอ ค่าบริการ 50 บาท/เดือนรับผิดชอบค่าคลาวด์ จึงไม่ต้องกันจากราคาเครื่อง ถ้าขายขาดต้องกันไว้ในราคา (ลงลึก EP.40)

กับดักยอดนิยม: เอาราคาปลีกตอนทำต้นแบบมาคิด BOM การผลิตจริง หรือเอาราคาที่ 10,000 ชิ้นมาคิดทั้งที่ล็อตแรกสั่งแค่ 200 ชุด จดราคาทุกบรรทัดพร้อม จำนวนที่สั่ง และ แหล่งที่มา เสมอ

เรื่องภาษีเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี ควรปรึกษานักบัญชี

เช็กลิสต์ก่อนไปตอนถัดไป

  • ตั้งราคาขายเป้าหมายจากราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย (จากการคุยลูกค้าใน EP.3)
  • ทำตารางคิดย้อนของตัวเองด้วยค่าธรรมเนียมจริงของช่องทางขายหลัก จนได้งบ BOM เป็น %
  • ลิสต์ NRE แล้วคำนวณว่าต้องขายกี่ชุดถึงคืนทุน
  • เขียนงบ BOM ลงใน PRD ของคุณเป็นข้อกำหนดข้อหนึ่ง
สรุปสำคัญ

งบ BOM คือโจทย์ ไม่ใช่ผลลัพธ์: เริ่มจากราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย หักทุกอย่างที่ต้องจ่ายระหว่างทาง จะได้เพดานที่ทุกการเลือกชิ้นส่วนต้องอยู่ใต้มัน

ตอนต่อไป — EP.6: ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ IoT: อุปกรณ์ เกตเวย์ คลาวด์ แอป ใครทำหน้าที่อะไร

อยากให้ช่วยคิดสเปกและงบต้นทุนอุปกรณ์ IoT ตั้งแต่ต้น ดูบริการออกแบบเฉพาะงานได้ที่ /iot หรือ ปรึกษาฟรี และทัก LINE @spvtech ได้เลย

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจคุณควรเริ่มใช้ AI ตรงไหน?

เช็กฟรีใน 2 นาที → รู้คะแนนโอกาสใช้ AI + 3 ขั้นแรกที่ควรทำ ไม่ต้องสมัคร

เช็กสุขภาพธุรกิจฟรี