ฐานข้อมูลโอเพนซอร์สยอดนิยมอย่าง PostgreSQL ต้องเลื่อนการออก เวอร์ชัน 19 ออกไป จากเดิมที่วางไว้ช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม 2026 เป็นราว 19 พฤศจิกายน ตามรายงานของ The Register เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เหตุผลหลักมาจาก AI
เกิดอะไรขึ้น
ทีมพัฒนาตัดฟีเจอร์สำคัญออกจากเวอร์ชันนี้ 8-10 รายการ แล้วเลื่อนไปไว้ที่ PostgreSQL 20 หนึ่งในนั้นคือ SQL/PGQ (Property Graph Queries) ซึ่งเป็นไวยากรณ์สำหรับค้นหาความสัมพันธ์แบบกราฟ เพิ่งเข้ามาอยู่ในมาตรฐาน SQL เมื่อปี 2023 ส่วนฟีเจอร์ REPACK CONCURRENTLY ที่ช่วยคืนพื้นที่ดิสก์โดยไม่ต้องล็อกตารางแบบ VACUUM FULL ยังอยู่ในเวอร์ชัน 19 เหมือนเดิม
Peter Eisentraut ผู้มีสิทธิ์ commit โค้ดคนสำคัญของ PostgreSQL และรองประธานบริษัท EDB อธิบายในบล็อกเมื่อ 9 ตุลาคมว่า การถอดฟีเจอร์ออกส่วนหนึ่งมาจาก การรีวิวโค้ดโดยใช้ LLM ซึ่งเจอทั้งปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมที่แก้ให้เสร็จเร็ว ๆ ในช่วงเบต้าไม่ได้ และปัญหาเล็ก ๆ ในกรณีขอบ (edge case) อีกเป็นหางยาว
เขาบอกว่าบั๊กเล็ก ๆ แบบนี้ เดิมทีมักถูกเจอทีละตัวในช่วง 5 ปีหลังออกเวอร์ชัน แต่ตอนนี้ AI เจอรวดเดียว เมื่อมีรายการแจ้งข้อบกพร่องราว 40 รายการ ที่แต่ละอันต้องแก้นิดหน่อย เวลาที่มีอยู่ก็หมดได้
Eisentraut ย้ำว่าเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจาก "vibe coding" (ให้ AI เขียนโค้ดแบบไม่ตรวจ) เพราะฟีเจอร์ส่วนใหญ่เขียนขึ้นก่อนที่เทคนิคนั้นจะมีด้วยซ้ำ ปัญหาคือ "มาตรฐานคุณภาพสูงขึ้น" หลังจากโค้ดถูกเขียนและ commit ไปแล้ว
แปลว่าอะไร
ข่าวนี้กลับด้านกับภาพจำทั่วไปที่ว่า AI ทำให้ซอฟต์แวร์ออกเร็วขึ้น ในกรณีนี้ AI ทำให้ซอฟต์แวร์ออกช้าลง แต่ออกมาแข็งแรงกว่าเดิม เพราะตัวที่ติดคอขวดตอนนี้ไม่ใช่การหาบั๊ก แต่เป็นเวลาของคนที่ต้องแก้มัน
Eisentraut มองว่าสถานการณ์จะกลับมาสมดุลในรอบพัฒนาถัด ๆ ไป ยกเว้นความสามารถของ LLM ด้านรีวิวโค้ดจะยังเก่งขึ้นเร็วแบบนี้ต่อไป และเขายังยืนยันว่า PostgreSQL 19 จะเป็น "รุ่นที่ดีมาก" และเสถียรเป็นพิเศษจากการตรวจที่เข้มขึ้น
สำหรับทีมที่ใช้ PostgreSQL อยู่ ไม่ต้องรีบอัปเกรดตั้งแต่วันแรก และควรวางแผนว่าฟีเจอร์อย่าง SQL/PGQ จะมาจริงใน PostgreSQL 20
ทีมพัฒนาทั่วไปเอาบทเรียนนี้ไปใช้ได้ ถ้าจะเริ่มใช้ AI รีวิวโค้ด ให้เผื่อเวลาสำหรับ "แก้สิ่งที่ AI เจอ" ไว้ในแผนด้วย ไม่ใช่แค่เวลาสำหรับให้ AI ตรวจ
PostgreSQL 19 เลื่อนไปราว 19 พ.ย. และตัดฟีเจอร์ออก 8-10 อย่าง เพราะ AI รีวิวโค้ดเจอบั๊กเร็วกว่าที่คนแก้ทัน คอขวดของซอฟต์แวร์ย้ายจากการหาบั๊กไปเป็นการแก้บั๊ก
